เทคโนโลยีที่สำคัญของโรงงานผลิตชิ้นส่วนโลหะ

315 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ผลิตชิ้นส่วนโลหะ

เทคโนโลยีที่สำคัญของโรงงานผลิตชิ้นส่วนโลหะ

ส่องเทรนด์เทคโนโลยีผลิตชิ้นส่วนโลหะ ทันเกมธุรกิจอนาคต

     ในแต่ละภาคอุตสาหกรรมการผลิต โดยเฉพาะ โรงงามผลิตชิ้นส่วนโลหะ ตลอดจน ผู้ผลิตชิ้นส่วนโลหะ หรือ การผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ต่างๆ ที่แม้ว่าจะเป็นองค์ประกอบเล็กๆในภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แต่หากมีการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมเข้ามามีส่วนร่วมในภาคการผลิตด้วยแล้ว ยังจะเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทั้งการผลิตและ ธุรกิจ องค์​กรไปด้วยพร้อมกัน

     ขณะที่ ในปัจจุบันเอง ก็มีผู้ผลิต โรงงานหลายแห่ง ที่เปิดรับงานผลิตชิ้นส่วนต่างๆ เพื่อป้อนสู่อุตสาหกรรมการผลิตขนาดใหญ่ ทั้งการผลิตชิ้นส่วนโลหะ หรือ การผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ประเภทต่างๆ อย่าง ชิ้นส่วนวิศวกรรมจักรกล ชิ้นส่วนแม่พิมพ์ ชิ้นส่วนเครื่องจักร ฯลฯ ด้วยทั้งหมดเหล่านี้ ล้วนต่างต้องพึ่งพาเทคโนโลยีที่ให้ความแม่นยำ เที่ยงตรงสูง เพื่อผลิตชิ้นงานคุณภาพสูง ไร้ตำหนิให้ได้มากที่สุด ซึ่งนั่นหมายถึง ผลกำไรที่จะคืนกลับมาสู่ธุรกิจ

     และหากพูดถึงการนำเทคโนโลยีเพื่อเข้ามามีบทบาทในภาคการผลิตในกลุ่มโรงงานผลิตชิ้นส่วนโลหะ หรือ ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งล้วนต้องอาศัยประสบการณ์ ทักษะ และความชำนาญ ทางด้านโลหะอย่างมาก

     โดยในปัจจุบันเอง ก็มีผู้ผลิตหลายรายที่ให้บริการรองรับงานในกลุ่มนี้ และได้พัฒนาศักยภาพในการผลิตเพื่อรองรับ เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นและทันกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายต่างๆ ในอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนโลหะ หรือ การขึ้นรูปโลหะ ทั้ง ความรู้และทักษะ ด้านโลหะการ การกัดชิ้นงาน การเชื่อม การขึ้นรูปเทคโนโลยี Metal 3D Printing เทคโนโลยีการผลิตชิ้นงานคุณภาพสูง และอีกประการสำคัญ คือ ความรับผิดชอบต่อผู้ใช้สินค้า และ สิ่งแวดล้อม ที่เริ่มมีบทบาทอย่างมากในปัจจุบันและอนาคต

     นอกเหนือจากปัจจัยต่างๆหล่านี้ ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของ โรงงานผู้ผลิตชิ้นส่วนโลหะ รวมไปถึงผู้ใช้ ที่จะต้องศึกษาเทคโนโลยีต่างๆ อย่างถี่ถ้วนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถเพื่อแข่งขันในตลาดได้ต่อไป การศึกษาแนวโน้มในอนาคตที่กำลังจะเข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรม โรงงานผลิตชิ้นส่วนโลหะ ก็เป็นส่วนสำคัญเช่นกัน

6 เทรนด์เทคโนโลยีพัฒนาการผลิตโลหะ ที่กำลังจะเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น ในอุตสาหกรรมฯ นับจากนี้ไปในอนาคต

  1. การใช้วิทยาการหุ่นยนต์ร่วมกัน
         ด้วยในเวลานี้ หลายภาคการผลิตต่างไม่ปฏิเสธที่จะนำหุ่นยนต์ เข้ามาทำงานทดแทนการทำงานของคนในตำแหน่งหน้าที่เสี่ยงอันตรายเกินไป ซึ่งการใช้แรงงานโรบ็อตเหล่านี้ในอดีตที่ผ่านมานั้น พบว่าแรงงานหุ่นยนต์มักมีขนาดใหญ่และต้องการพื้นที่ทำงานของตัวเอง แต่ในปัจจุบัน เทคโนโลยีหุ่นยนต์ได้พัฒนามาถึงจุดที่อุปกรณ์เหล่านี้สามารถทำงานควบคู่ไปกับสมาชิกในทีมได้อย่างปลอดภัยเพื่อทำงานให้เสร็จลุล่วงไปด้วยดี

    และเป็นที่ยอมรับมากขึ้น
    อย่าง หุ่นยนต์ร่วมปฏิบัติงาน หรือ โคบอท (Co-Bot) ซึ่งจะเหมาะสำหรับงานอันตรายหรืองานที่น่าเบื่อหน่าย ด้วยหุ่นยนต์เหล่านี้ยังช่วยชดเชยการขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรมได้อีกด้วย โดยเฉพาะในช่วงแพร่ระบาดโควิด-19 และส่งผลให้ผู้คนตกงานมากขึ้น ซึ่งแม้ว่า Co-Bot อาจจะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นในอุตสาหกรรมการผลิตโลหะ แต่ก็เป็นสิ่งที่กำลังจะเข้ามาช่วยเติมเต็มช่องว่างความต้องการด้านแรงงานที่จำเป็น อย่างรวดเร็ว

  2. การนำเครื่องจักรอัตโนมัติและ CNC มาใช้
         ในช่วงที่ผ่านมา ได้มีการนำเครื่องจักรควบคุมเชิงตัวเลขด้วยคอมพิวเตอร์ (CNC) มาเป็นส่วนสำคัญของอุตสาหกรรมการผลิตโลหะ และได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ CNC เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในกระบวนการอุตสาหกรรมการผลิตผ่านรูปแบบการเขียนโปรแกรมในการทำงาน

    อย่างการรวบรวมระบบอัตโนมัติเข้ากับส่วน CNC ของการผลิตชิ้นส่วนโลหะ ที่สามารถขจัดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซากจำเจออกไปได้ ซึ่งยังจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในระยะยาว อีกด้วยต่อการ กำจัดขั้นตอนการทำงานซ้ำๆ ออกไปนั้น ยังจะเป็นการช่วยลดโอกาสที่พนักงานจะได้รับบาดเจ็บจากความเครียดซ้ำๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงระหว่างการทำงานได้อีกด้วย ซึ่งระบบอัตโนมัติ CNC กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นนับตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา และจะยังคงเติบโตต่อไปพร้อมกับที่อุตสาหกรรมเดินหน้าไปสู่อนาคต

  3. การอัพเกรดความปลอดภัยทางไซเบอร์
         
    เนื่องจากมีหลายเทคโนโลยีใหม่ ที่กำลังเข้าจะเข้ามาแทนที่การผลิตโลหะโดยรวมอย่างช้าๆ และด้วยการเปลี่ยนแปลงนี้ การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์จึงมีความจำเป็นเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพื่อให้แน่ใจว่าเครือข่ายยังคงปลอดภัย ด้วยมีรายงานทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศระบุ ถึงภาคการผลิต เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่การโจมตีทางไซเบอร์ หรือ ถูกแฮ็กบ่อยที่สุดในโลก

    โดยสถานการณ์เหล่านี้ทำให้ข้อมูลธุรกิจและของลูกค้าตกอยู่ในความเสี่ยง ดังนั้นการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์จึงเป็นเทรนด์เทคโนโลยีอย่างหนึ่งที่จะต้องอยู่ในแถวหน้าของความคิดของทุกคน เพื่อก้าวไปสู่อนาคต

    สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มได้ที่


  4. การนำวิธีการแบบ Agile มาใช้
         
    ขณะที่ เทคนิคการถลุงอะลูมิเนียมสมัยใหม่อาจใช้วิธีการที่สามารถสืบย้อนไปถึงรากเหง้าของมันได้จนถึงปี พ.ศ. 2429 แต่ตัวอุตสาหกรรมเองจำเป็นต้องเปิดรับความคล่องตัวในยุคสมัยใหม่ ซึ่งสิ่งนี้มีความชัดเจนมากขึ้นในปี 2020 เนื่องจากการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานอย่างมาก

    โดย สิ่งต่างๆ อาจเริ่มกลับสู่ภาวะปกติในปีหน้าหรือ2ปีหน้า เนื่องจากมีวัคซีนป้องกันโควิด-19 พร้อมใช้งาน และสามารถกลับไปทำงานได้อย่างปลอดภัยอย่างไรก็ตาม ความคล่องตัวในอุตสาหกรรมนี้เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้บริษัทต่างๆ ก้าวไปข้างหน้า ในช่วงขณะที่รอการกลับสู่สภาวะปกติ

  5. ตอบรับการปรับสู่ดิจิทัล
         
    เจ้าของธุรกิจในอุตสาหกรรมโลหะ ในเวลานี้มีความจำเป็นที่จะต้องเตรียมความพร้อมต่อการนำระบบดิจิทัลมาใช้ รวมถึงการใช้ประโยชน์จากเครื่องมือที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจะเพิ่มความจำเป็นทั้งการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ซึ่งถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่า

    ด้วยการผลิตชิ้นส่วนโลหะ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของภาคการผลิตในอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ในขณะนี้ได้มีการนำระบบดิจิทัล มาใช้ร่วมกับการทำงานในส่วนอื่นๆ ร่วมกันทั้งโลกอย่างรวดเร็ว ซึ่งธุรกิจ องค์กร ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเองก็จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้การสร้างแพลตฟอร์มที่ใช้เทคโนโลยีมาร่วมกำหนดขั้นตอนในทิศทางที่ถูกต้องเพื่อสร้างประสิทธิภาพและประสิทธิผล ไปพร้อมกับการทำงานร่วมกับมนุษย์

  6. การใช้การพิมพ์ 3 มิติและการผลิตสารเติมแต่ง
         ในช่วงที่ผ่านมา แม้ว่าเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ อาจจะเริ่มต้นจากการเป็นเครื่องมือสำหรับมือสมัครเล่น แต่ปัจจุบัน เทคโนโลยีดังกล่าวนี้ กำลังถูกพัฒนาจนเป็นที่ยอมรับอย่างรวดเร็วว่าเป็นหนึ่งในเครื่องมืออเนกประสงค์ที่สุดในเกือบทุกอุตสาหกรรม รวมถึงการผลิตโลหะ การผลิตแบบเพิ่มเนื้อเพื่อการปรับแต่งในระดับใหม่ ให้กับอุตสาหกรรมที่หลากหลายอยู่แล้ว

    ขณะที่ ผงโลหะหลอมรวม จะช่วยให้ผู้ผลิตสามารถสร้างเกือบทุกอย่างโดยแทบไม่มีของเสีย เนื่องจากผงที่ไม่ได้ใช้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้โดยการเปลี่ยนแปลง ในภาคการผลิตชิ้นส่วนโลหะ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนับจากนี้ไปนั้น จะยังมีทิศทางเติบโตและปรับตัวต่อไปอย่างต่อเนื่องภายใต้เทรนด์ดังกล่าว ทั้ง การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล การนำหุ่นยนต์มาทำงานร่วมกัน การพิมพ์ 3 มิติ ที่จะทำให้อุตสาหกรรมการผลิตโลหะมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้นต่อไป


     ขณะที่ ผู้ประกอบการธุรกิจ ในอุตสาหกรรมโรงงานผลิตชิ้นส่วนโลหะ ชิ้นส่วนยานยนต์ ในไทย เองก็ต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือการแข่งขันในอุตสาหกรรมเดียวกันนี้ ที่ในปัจจุบันวิธีที่จะสนับสนุนให้ธุรกิจ เดินหน้าไปต่อได้อย่างราบรื่นและรวดเร็วได้มากที่สุด คือ การเลือกพันธมิตรอย่างถูกต้อง และมีประสบการณ์ ความชำนาญ ในอุตสาหกรรมนั้นๆ

     อย่างบริษัท สยาม เมทัล เวอร์ค แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ในฐานะโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ผลิตชิ้นส่วนโลหะ ชั้นนำของไทย ด้วยมาตรฐานการรับรอง โดย ISO 9001 : 2015 IATF 16949 : 2016 และได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ

     โดย เป็นผู้จำหน่ายและเป็นโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ผลิตชิ้นส่วนโลหะ ปั๊มโลหะตามแบบ ปั๊มขึ้นรูปโลหะ รวมถึงการ ปั๊มเหล็ก ปั๊มโลหะ หลากหลายธุรกิจไม่ว่าจะเป็น ชิ้นส่วนยานยนต์, ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า และชิ้นส่วนการเกษตร โดยสามารถผลิตตามแบบและมาตรฐานให้กับลูกค้า ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 16ปี

 

ดูรายละเอียดสินค้าและบริการ รวมถึงเครื่องจักรของเรา ได้ที่นี่
ติดต่อ บริษัท สยาม เมทัล เวอร์ค แมนูแฟคเจอริ่ง
โทร : 02-1166303
อีเมล : info@siammetalwork.com
Facebook : Siam Metal Work Manufacturing Co.,Ltd.
Line : @siammetalwork

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้